Swipe to the left

แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว ต่างกันอย่างไร ?

พิมพ์
แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว ต่างกันอย่างไร ?
By admin web 12 มกราคม 2018 3228 Views No comments

แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว ต่างกันอย่างไร ?

ความเงางามของผิวสีรถยนต์เป็นจุดที่เรียกว่า มีความสำคัญอย่างมากกับเจ้าของรถยนต์ เราๆท่านๆล้วนแต่อยากให้ผิวสีรถยนต์เงาฉ่ำสวยเหมือนรถใหม่ในโชว์รูมตลอดเวลาอย่างแน่นอนใช่ไหมครับ ? ซึ่งความเงางามที่เกิดขึ้นนั้นก็ต้องมาจากการดูแล และปกป้องผิวสีรถยนต์อย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการล้างทำความสะอาด การขัดสี การเคลือบสีรถยนต์ หรือการใช้งานที่เหมาะสม จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันการปกป้องสีรถยนต์ด้วยการเคลือบสีรถยนต์ค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การแวกซ์ การเคลือบแก้วหรือการเคลือบเซรามิก

แล้ว แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว มันต่างกันอย่างไรละ? นี่เป็นคำถามที่ถูกถามกันมากขึ้น เพราะ การเคลือบแก้วรถยนต์ กำลังเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น หลายๆท่านเลือก ปกป้องผิวสีรถยนต์ คันโปรดด้วย การเคลือบแก้ว วันนี้เราจะพาคุณไปพบกับคำตอบ แวกซ์รถยนต์ กับ เคลือบแก้วรถยนต์ ต่างกันอย่างไร ? แล้วควรจะเลือกแบบไหนดี? ให้เหมาะกับการใช้งานรถยนต์ของคุณ

ความเงางามของผิวสีรถยนต์เป็นจุดที่เรียกว่า มีความสำคัญอย่างมากกับเจ้าของรถยนต์ เราๆท่านๆล้วนแต่อยากให้ผิวสีรถยนต์เงาฉ่ำสวยเหมือนรถใหม่ในโชว์รูมตลอดเวลาอย่างแน่นอนใช่ไหมครับ ? ซึ่งความเงางามที่เกิดขึ้นนั้นก็ต้องมาจากการดูแล และปกป้องผิวสีรถยนต์อย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการล้างทำความสะอาด การขัดสี การเคลือบสีรถยนต์ หรือการใช้งานที่เหมาะสม จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันการปกป้องสีรถยนต์ด้วยการเคลือบสีรถยนต์ค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การแวกซ์ การเคลือบแก้วหรือการเคลือบเซรามิก


“แวกซ์รถยนต์”

“แวกซ์รถยนต์” คือการใช้ น้ำมัน เป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งส่วนผสมที่พบมากที่สุดก็คือ Carnauba เป็นสารสกัดที่ได้มาจากปาล์มคาร์นูบาจากประเทศบราซิล ดังนั้นการแวกซ์รถยนต์จึงทำให้สีรถยนต์ของคุณสวย เป็นประกาย เงาฉ่ำ ในแบบที่คนรักรถหลายๆ ท่านชอบนั่นเองครับ

“เคลือบแก้วรถยนต์”

“เคลือบแก้วรถยนต์” คือการใช้ ซิลิกอน (Si) เป็นส่วนประกอบหลัก หากพูดถึงคุณสมบัติเฉพาะของแก้วมากขึ้น ส่วนประกอบหลักของแก้วคือ ซิลิกอนไดออกไซด์ (SiO2) ซึ่งแก้วบริสุทธิ์ทำมาจาก Si และ O2 นั่นเอง ดังนั้น การเคลือบแก้วรถยนต์ คือการเคลือบทับผิวสีรถยนต์ด้วยแก้ว ซึ่งมีคุณสมบัติให้ความเงางามและความแข็งเหมือนกระจก ทนทานต่อสิ่งที่ทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิวรถยนต์ของคุณ และครอบคลุมไปจนถึงสามารถปกป้องสีรถยนต์ที่คุณรักจากมลภาวะบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี

 

เนื่องจาก การแวกซ์รถยนต์ กับ การเคลือบแก้วรถยนต์ ทำมาจากส่วนประกอบที่แตกต่างกัน จึงมีทั้งข้อดีและข้อเสียความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้น เราจึงขอเปรียบเทียบคุณสมบัติและลักษณะพิเศษของ แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าอะไรดีกว่ากันครับ


แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว ต่างกันอย่างไร ?

เปรียบเทียบ “ราคา”

ถ้าต้องการซื้อ แว็กซ์มาเคลือบรถยนต์ด้วยตัวเอง ราคาแวกซ์ก็จะอยู่ประมาณ 3xx - 1,xxx ฿
แต่ถ้าต้องการ ใช้บริการที่ร้าน ราคาเคลือบแวกซ์รถยนต์ก็จะอยู่ที่ประมาณ หลัก 4xx - 3,xxx ฿ ซึ่งราคาค่อนข้างถูก

ส่วนการเคลือบแก้ว ถ้าคุณซื้อ น้ำยาเคลือบแก้ว ตามท้องตลาดมา เคลือบด้วยตัวเอง ค่าใช้จ่ายก็จะอยู่ที่ประมาณ 1,xxx - 6,xxx ฿ ถือว่าราคาไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับการแวกซ์รถยนต์ที่ร้าน แต่ถ้าคุณต้องการ เคลือบแก้วรถยนต์ที่ร้าน คุณก็ต้องมีเงินในกระเป๋าอีกไม่ต่ำกว่า 1x,xxx - 4x,xxx ฿ นั่นก็หมายความว่าหากคุณจะไป เคลือบแก้วรถยนต์ หรือ แวกซ์รถยนต์ตามร้าน การเคลือบแก้วราคาสูงกว่าการแวกซ์แน่นอนครับ

ถ้าจะต้องให้เลือก ค่าใช้จ่ายเป็นหลัก เห็นจะต้องเลือกการแวกซ์นั่นแหละครับ !!


สรุปว่า แวกซ์ ดีกว่า เคลือบแก้ว


 


แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว ต่างกันอย่างไร ?

เปรียบเทียบ “การใช้งานง่าย”

การแวกซ์ สามารถขัดด้วยมือ และใช้เครื่องขัด ซึ่งถ้าคุณขัดด้วยมือ อุปกรณ์ที่คุณต้องใช้คือ ฟองน้ำ และผ้าไมโครไฟเบอร์ โดยการขัดวนเป็นวงกลมทั่วผิวที่เคลือบ แล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดจนเห็นความเงาที่ผิวรถยนต์ ส่วนการ ใช้เครื่องขัด สามารถใช้ได้ทั้ง เครื่องมือลม และ เครื่องมือไฟฟ้า โดยใช้คู่กับฟองน้ำขัดละเอียด เริ่มต้นการขัดด้วยรอบต่ำ ขัดวนซ้าย-ขวา ไปเรื่อยๆจนทั่วผิวที่ขัด แล้วใช้ ผ้าไมโครไฟเบอร์ เช็ดคราบแวกซ์ออก

การเคลือบแก้ว มี 2 ประเภท คือ การพ่น และ การทา

การพ่น คือการฉีดพ่นน้ำยาลงบนผิวรถยนต์ แล้วเช็ดคราบน้ำยาด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์

แบบทา คือการหยดน้ำยาลงบนฟองน้ำ แล้วทาลงบนผิวที่ต้องการเคลือบ ซึ่งต้องแบ่งพื้นที่ในการเคลือบออกเป็นส่วนๆ หลังจากนั้นก็เช็ดคราบน้ำยาออกด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์


สรุปว่า เสมอกัน


 



แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว ต่างกันอย่างไร ?

เปรียบเทียบ “ระยะเวลาการใช้งาน”

การแวกซ์ ทำหลังจากการล้างรถ และจะต้องทำซ้ำเมื่อคุณล้างรถในแต่ละครั้ง เรียกว่า ล้างรถแต่ละทีก็ต้องตามด้วยแวกซ์เลยก็ว่าได้ครับ เพราะคุณสมบัติในการเกาะผิวรถของแวกซ์อยู่ได้ไม่นาน

การเคลือบแก้ว ใช้ทำหลังการล้างรถและเตรียมผิวรถให้พร้อม มีขั้นตอนที่มากกว่าแวกซ์ก็จริง แต่น้ำยาเคลือบแก้วมีคุณสมบัติสามารถยึดเกาะผิวรถได้นานกว่าแวกซ์ จึงไม่จำเป็นต้องเคลือบซ้ำทุกครั้งหลังจากการล้างรถ ที่สำคัญยังช่วยให้คุณล้างรถง่ายขึ้น ล้างรถแต่ละครั้งไม่ถึง 1 ชั่วโมง ดังนั้น เคลือบแก้วทำครั้งเดียว แต่แวกซ์คุณต้องทำบ่อยๆ

ผมขอยกตัวอย่างเพื่อให้คุณเห็นภาพมากขึ้นนะครับ ถ้าคุณเลือกแวกซ์ คุณต้องทำประมาณ 2 ครั้ง/เดือน เท่ากับว่าใน 1 ปี คุณจะแวกซ์ทั้งหมด 24 ครั้ง แต่ถ้าคุณเลือกเคลือบแก้ว ในระยะเวลา 1-2 ปี หรือ 1-4 ปี หรือ 1-5 ปี คุณจะเคลือบแก้วเพียง 1 ครั้งเท่านั้น ซึ่งขึ้นอยู่น้ำยาที่คุณเลือกด้วยนะครับ

แวกซ์ทำ 24 ครั้ง/ปี แต่ เคลือบแก้วทำ 1 ครั้ง/ปี การแวกซ์จึงเสียเวลาทำมากกว่าเคลือบแก้ว


สรุปว่า เคลือบแก้ว ดีกว่า แวกซ์


 

แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว ต่างกันอย่างไร ?

เปรียบเทียบ “การปกป้องสีรถยนต์”

การแวกซ์ จะช่วยปกป้องสีรถของคุณจากแสงแดด สิ่งสกปรก ฝุ่นละอองเล็กๆน้อยๆ และยังช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของสีรถยนต์ไม่ให้สีดูหมองหรือเก่าเร็วนั่นเอง

การเคลือบแก้ว

การเคลือบแก้วขนแมว แสงแดด ฝุ่นละออง คราบยางไม้ คราบขี้นก และไม่ทำให้เกิดคราบน้ำ ทำหน้าที่เหมือนเป็นโล่ป้องกันผิวสีรถยนต์ได้เป็นอย่างดีเลยก็ว่าได้

จะเห็นได้ว่า เมื่อเราเปรียบเทียบการปกป้องสีรถยนต์แล้ว ถ้าจะต้องเลือก การเคลือบแก้ว ย่อมดีกว่าการแวกซ์แน่นอนครับ



สรุปว่า เคลือบแก้ว ดีกว่า แวกซ์


 

แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว ต่างกันอย่างไร ?


เปรียบเทียบ “ความเงางาม”

อย่างที่บอกในก่อนหน้านี้ว่า แวกซ์มีส่วนผสมหลักคือ น้ำมัน ดังนั้น การแวกซ์ จึงให้ความเงางามมากกว่า การเคลือบแก้ว

เอาเป็นว่า ถ้าคุณอยากได้รถยนต์ที่มีความเงางามดูฉ่ำๆ สดใสมีชีวิตชีวา แนะนำให้คุณเลือกแวกซ์ แต่ถ้าอยากได้ความเงางามเหมือนกระจก แนะนำให้เลือกเป็นเคลือบแก้ว






สรุปว่า แวกซ์ ดีกว่า เคลือบแก้ว


 

แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว ต่างกันอย่างไร ?


เปรียบเทียบ “การเกาะตัวของหยดน้ำ”

การเคลือบแก้ว มีคุณสมบัติ ไฮโดรโฟบิก จะช่วยลดแรงเสียดทานบนผิวของรถ ทำให้น้ำไม่เกาะผิวรถ รวมทั้งพวกสิ่งสกปรกจะเกาะผิวรถของคุณยากขึ้น โดยเราสามารถสังเกตได้จากหยดน้ำบนผิวรถหลังจากโดนน้ำ ลักษณะจะกลมนูน เหมือนหยดน้ำกลิ้งบนใบบัว และไหลออกไปได้อย่างง่ายดาย

เมื่อเทียบกับ แวกซ์ แล้ว แวกซ์ไม่ได้มีคุณสมบัตินี้




สรุปว่า เคลือบแก้ว ดีกว่า แวกซ์


 

แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว ต่างกันอย่างไร ?


เปรียบเทียบ “การป้องกันสิ่งสกปรก”

อย่างที่บอกว่า เคลือบแก้วมีคุณสมบัติ ไฮโดรโฟบิก รถยนต์ที่ผ่าน การเคลือบแก้ว ก็จะมีสมบัติลดการเกาะตัวของสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองด้วย และที่สำคัญยังให้ผลลัพธ์ที่ดีตามมาคือ ช่วยให้ทำความสะอาดผิว รถยนต์ ได้ง่ายขึ้นและเร็วกว่า รถยนต์ที่ ไม่ได้เคลือบแก้ว อีกด้วยครับ

ส่วนแวกซ์ ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว และยังมีส่วนประกอบหลัก คือ น้ำมัน ดังนั้น แวกซ์จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่า การออกซิเดชั่นได้ จึงทำให้แวกซ์ค่อนข้างเก็บฝุ่นและสิ่งสกปรกมากกว่าเคลือบแก้ว



สรุปว่า เคลือบแก้ว ดีกว่า แวกซ์


 

แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว ต่างกันอย่างไร ?


เปรียบเทียบ “ความทนทาน”

การแวกซ์ เมื่อเคลือบบนผิวรถยนต์ ไม่สามารถอยู่ได้นาน สามารถหลุดได้ง่ายจากการล้างรถหรือแม้แต่โดนฝน โดยเฉลี่ยแวกซ์ 1 ครั้ง สามารถอยู่ได้นาน 1-2 สัปดาห์ เช่น เมื่อผ่านการล้าง 1 ครั้ง แวกซ์ก็หลุดจากผิวสีรถยนต์ หรือถ้าแวกซ์ที่ดีๆหน่อย ผ่านการล้าง 2-3 ครั้งก็หลุดแล้วครับ

การเคลือบแก้ว แตกต่างกับแวกซ์อย่างชัดเจน เพราะเคลือบแก้วสามารถยึดเกาะผิวรถได้นานกว่า ให้ความทนทานมากกว่า โดยเคลือบ 1 ครั้ง อยู่ได้นานนับปี จึงไม่สามารถหลุดได้ง่ายจากการล้างหรือโดนฝน ไม่ว่าจะล้างเดือนละ 1-2 ครั้ง ชั้นเคลือบแก้วก็ไม่หลุดอย่างแน่นอนครับ



สรุปว่า คลือบแก้ว ดีกว่า แวกซ์


 

สรุป การแวกซ์ กับ การเคลือบแก้ว แบบไหนเหมาะกับตัวเรามากที่สุด

ข้อเปรียบเทียบ

แวกซ์รถยนต์

เคลือบแก้วรถยนต์

1.ราคางบประมาณจำกัดงบประมาณสูง
2. การใช้งานง่ายเสมอกันเสมอกัน
3. ระยะเวลาการใช้งานทำบ่อยๆเน้นใช้งานงาน ไม่ต้องทำบ่อยๆ
4. การปกป้องสีรถยนต์ไม่เน้นการปกป้องเน้นการปกป้องจากมลภาวะต่างๆ
5. ความเงางามเน้นเงางามฉ่ำๆเงางามใสเหมือนกระจก
6. การเกาะตัวของหยดน้ำ-น้ำเกาะผิวรถเหมือนหยดน้ำบนใบบัว
7. การป้องกันสิ่งสกปรกฝุ่นหรือสิ่งปรกเกาะง่ายกว่าลดการเกาะตัวของฝุ่นหรือสิ่งสกปรก
8. ความทนทานหลุดออกง่าย จากล้างหรือโดนฝนไม่หลุดออกง่าย จากการล้างหรือโดนฝน
 

แวกซ์ กับ เคลือบแก้ว ต่างกันอย่างไร ?

ติดตามวิดีโอดีๆ ได้ที่ช่อง SmartCost Channel


ไม่ว่าคุณจะเลือก แวกซ์ หรือ เคลือบแก้ว สิ่งที่สำคัญที่สุด

อาจจะเป็นเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายที่คุณต้องเสียไป แวกซ์ อาจจะเป็นทางออกให้กับท่านที่มีงบประมาณที่จำกัด หรือท่านที่ชอบดูแลรถยนต์บ่อยๆ หรือท่านที่มีเวลาทำบ่อยๆ ซึ่งก็จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับการดูแลรถยนต์ แต่ถ้าหากคุณกำลังมองหาการปกป้องสีรถยนต์อย่างเต็มประสิทธิภาพ และไม่ต้องเสียเวลาทำบ่อยๆ การเคลือบแก้วน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดูแลรถยนต์ด้วยตัวเอง ขอแนะนำ ให้คุณเลือกเคลือบแก้วด้วยตัวเองดีที่สุดครับ รับรองว่าคุณจะต้องภูมิใจกับผลลัพธ์ที่ได้แน่นอนครับ

สุดท้าย ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณแล้วครับว่าจะเลือก แวกซ์ หรือ เคลือบแก้ว !!

พบกันได้ใหม่ในบทความหน้าครับ

ขอบคุณครับ


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลรถยนต์

ติดตามเทคนิคดีๆ ได้ที่ Facebook


สินค้าแนะนำ