Swipe to the left

รู้ทันรอยขนแมว ก่อนที่มันจะทำลายรถของคุณ !!

พิมพ์
By admin web 4 สิงหาคม 2017 143 Views No comments

เชื่อว่าเจ้าของรถหลายท่านย่อมอยากให้รถของตัวเองสวยสดใสและดูใหม่ตลอดเวลา แม้ว่าจะใช้งานมาหลายปีแล้วก็ตาม ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดว่ารถของเรา เก่า หรือ ใหม่ ก็คือ สีรถนั่นเอง !!

ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากให้รถของตัวเองเก่าเร็ว และมีรอยขนแมวเกิดขึ้นบนรถอย่างแน่นอน

รอยขนแมวเป็นรอยขีดข่วนที่ไม่ใหญ่ มีลักษณะเป็นเส้นเล็กๆ เหมือนขนของแมว และเห็นได้ชัดบริเวณที่มีแสงสว่าง

เรื่องของรอยขนแมวที่เกิดขึ้นบนสีผิวรถยนต์ เป็นปัญหาที่เราๆท่านๆหลีกเลี่ยงค่อนข้างยาก และยังปกป้องยากอีกด้วย ทำให้สีรถดูไม่สวยสดใส ไม่เงางามเหมือนกับรถใหม่ และมักจะสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของรถอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ

แล้วเจ้ารอยขนแมวมันเกิดขึ้นบนรถของเราได้อย่างไร ? เป็นปัญหาโลกแตกเลยคะ เถียงกันก็ไม่จบ ว่าอะไรเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้เกิดเจ้ารอยขนแมว เดี๋ยวจะลองลิสออกมาให้นะคะว่า

สาเหตุเจ้ารอยขนแมวบนสีผิวรถยนต์เกิดจากอะไร

1. การล้างรถผิดวิธี

การล้างรถที่ใช้ผ้าปะปนกัน เช่น ผ้าเช็ดล้อแล้วนำมาเช็ดประตูต่อ ทำให้ฝุ่นที่ติดมากับผ้า เมื่อนำไปเช็ดรถก็ทำให้เกิดรอยขนแมวบนผิวรถได้ บ้างก็เกิดจากการใช้ฟองน้ำสกปรกมีเศษฝุ่นขนาดเล็กสะสมอยู่ หรือแม้กระทั่งจากการใช้ผ้าเนื้อแข็ง และการออกแรงเช็ดหรือถูผิวรถมากเกินไป สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยขนแมวคะ

2. การปัดฝุ่นออกตอนรถแห้ง

การใช้ไม้ปัดขนไก่ หรือ แปรงปัดฝุ่นทุกชนิด มาปัดทำความสะอาดขณะที่รถแห้ง ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยขนแมวอีกค่ะ เพราะเวลาปัด ไม้ขนไก่จะลากฝุ่นที่เกาะบนผิวรถไปตามผิวรถ ไม่ควรใช้ ไม้ปัดขนไก่ หรือ แปรงปัดฝุ่น ทุกชนิดมาปัดฝุ่นทำความสะอาดรถ เพราะเวลาปัด แปรงจะลากเอาฝุ่นที่เกาะอยู่กับแปรงถูไปตามสีรถ ซึ่งทำให้เกิดริ้วรอยได้ ควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดจะเหมาะกว่าค่ะ เพราะมีคุณสมบัติช่วยดูดซับฝุ่นละอองได้ดี

3. ฝุ่นที่มาปะทะตอนรถวิ่ง

ฝุ่นที่มาปะทะตอนรถวิ่ง นี่ก็ทำให้เกิดรอยขนแมวได้อีก เพราะแรงกระแทกของฝุ่นกับรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วคะ มันก็เหมือนการสีนะคะ

4. ใช้ผ้าคลุมรถ

เวลาใช้ผ้าคลุมรถ หลายๆท่านก็เพื่อปกป้องรถจากฝุ่น แต่ผ้าคลุมรถดันมีฝุ่นเกาะ ทีนี้ก็ความหวังดีกับรถคันโปรด แต่ได้มาซึ่งประสงค์ร้าย เพราะผ้าที่อมฝุ่นนั้นจะไปขูดผิวรถนั้นเอง เกิดเป็นรอยขนแมวตามมาชวนหัวเสียเลยทีเดียวค่ะ

ถ้าจะพูดรวมๆแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่สัมผัสกับรถเรา แม้แต่ปลายเล็บมือเรา ล้วนแต่สามารถทำให้เกิดรอยขนแมวบนผิวรถคันงามของคุณได้ทั้งนั้นค่ะ


แล้วเราๆท่านๆจะป้องกันรอยขนแมวไม่ให้เกิดบนผิวรถอย่างไร ?

ในปัจจุบันมีวิธีการมากมายสำหรับการปกป้องสีรถยนต์ทั้งแบบระยะยาวและแบบระยะสั้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของเจ้าของรถเองว่าชอบแบบไหน วันนี้เราไปดูกันว่า เราจะป้องกันรอยขนแมวด้วยวิธีไหนกันบ้างค่ะ !!

1. การ wax


ถ้าคุณมีเวลามากหน่อยต้องการจะดูแลรถยนต์ด้วยตัวเอง การ wax น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมคะ ซึ่งการ wax จะทำให้ผิวรถยนต์มีความเงางามมาก และราคาไม่แพงมาก แต่ควรลง wax อย่างสม่ำเสมอ อาทิตย์ละครั้งก็ได้ การ wax จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยขนแมวได้ และยังช่วยลดการจับตัวของฝุ่นบนผิวรถอีกด้วย แต่แนะนำให้เลือก wax ที่มีคุณภาพนะคะ

2. ฟิล์มใสกันรอย


การติดฟิล์มใสจะเป็นการนำฟิล์มมาติดบนตัวรถยนต์ให้เรียบเนียน ฟิล์มจะมีจุดเด่นคือสามารถป้องกันผิวสีรถยนต์จากรอยต่างๆได้ไปจนถึงรอยจากสะเก็ดหิน หรืออุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆ ฟิล์มจะมีความคงทนมาก อยู่ได้นาน แต่มีราคาค่อนข้างสูง ต้องติดโดยช่างผู้มีความชำนาญ เพื่อให้ได้ผิวรถยนต์ที่เรียบเนียนคะ

3. การเคลือบแก้ว

การเคลือบแก้ว หรือการเคลือบเซรามิก เป็นนวัตกรรมใหม่ในการปกป้องสีรถยนต์ โดยใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของซิลิก้ามาพ่นหรือทาลงบนผิวรถ ตัวน้ำยาจะทำปฏิกิริยาและยึดเกาะสีรถยนต์ไว้เปรียบเสมือนฟิล์มใสๆนั่นเองคะ ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาสูตรให้เจ้าของรถสามารถซื้อกลับมาทำเองที่บ้านได้ ที่สำคัญวิธีการเคลือบแก้วด้วยตัวเองไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยคะ การเคลือบแก้วจะช่วยในเรื่องลดการเกิดรอยขนแมว รอยขีดข่วน คงความเงางามให้กับผิวสีรถยนต์ และยังปกป้องผิวสีรถจากมลภาวะต่างๆ เช่น แสงแดด ฝนกรด ขี้นก หรือยางไม้ ทำให้รถยนต์ของคุณดูใหม่ตลอดเวลา และปกป้องสีรถอย่างยาวนานนับปีเลยคะ


แล้วถ้ารถของคุณมีรอยขนแมว จะมีวิธีการกำจัดอย่างไร ?

รอยขนแมวที่เกิดขึ้นบนผิวสีรถยนต์ สามารถใช้วิธีการขัดสีในการกำจัดรอยขนแมว แต่จะกำจัดรอยขนแมวได้มากน้อยแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับรอยขนแมวลึกมากน้อยเพียงใด เครื่องมือที่ใช้ขัด ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมือขัดสี ขนแกะ ฟองน้ำ น้ำยาขัด หรือแม้แต่ความชำนาญในการขัด ก็มีส่วนในการกำจัดรอยขนแมวคะ ทีนี้เราไปดูกันว่า วิธีการขัดสีลบรอยขนแมวนั้น มีวิธีอย่างไรบ้าง ?

1. ล้างรถให้สะอาดอย่างถูกวิธี

เราจะต้องล้างทำความสะอาดผิวสีรถยนต์และเช็ดให้แห้ง เพื่อเราจะได้เห็นรอยขนแมวบนผิวสีชัดเจนขึ้น และประเมินรอยขนแมวว่าลึกมากน้อยเพียงใดคะ แต่อย่าลืมล้างให้ถูกวิธีด้วยนะคะ

2. เริ่มขั้นตอนการขัดลบรอยขนแมว

การลบรอยขนแมวเราจะเลือกใช้น้ำยาชนิดขัดหยาบ โดยเลือกใช้เครื่องมือขัด คู่กับขนแกะ หรือฟองน้ำสำหรับขัดหยาบโดยเฉพาะ เราจะขัดเป็นจุดๆไม่ขัดทั้งคัน และเริ่มขัดด้วยความเร็วรอบต่ำ เพื่อความเข้าใจมากขึ้นเรามี VDO วิธีการขัดลบรอยขนแมว ที่คุณเองก็สามารถเรียนรู้และขัดได้ด้วยตัวเองเลยค่ะ


3. การขัดละเอียด

เมื่อขัดรอยลบรอยขนแมวเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเราจะเข้าสู่ขั้นตอนการขัดละเอียด ขัดลบรอยที่เกิดจากการขัดในขั้นแรก หรือขัดชักเงา ขั้นตอนนี้เราสามารถขัดได้ทั้งคันเลยนะคะ เราจะเลือกน้ำยาขัดละเอียดและขัดชักเงา ใช้คู่กับฟองน้ำแบบขัดละเอียดโดยเฉพาะคะ ขัดจนกว่ารอยจะหมดหรือจาง และรถของคุณเงางาม เป็นอันเสร็จขั้นตอนการขัดแล้วค่ะ

หลังจากทำการขัดรอยขนแมวต่างๆ เสร็จเรียบร้อยทั่วทั้งคันแล้ว สีผิวรถของเราจะดูใหม่และเงางาม เพื่อการปกป้องผิวสีรถยนต์ และความเงางามของผิวสีรถยนต์ อย่างที่กล่าวมาแล้วในขั้นต้น คุณก็ควรจะเคลือบ wax หรือ ติดฟิล์มใส หรือเคลือบแก้ว เพื่อปกป้องสีผิวจากรอยขนแมว ไม่ให้กลับมาสร้างความรำคาญใจให้คุณและรถที่คุณรักอีกต่อไปคะ

ถ้าคุณอยากปกป้องสีผิวรถยนต์ ไม่ให้เจ้าเหมียว เจ้าตูบ มาข่วนรถยนต์ของคุณอีก ก็ลองเลือกตามความเหมาะสมกันคะ ไม่ว่าจะ wax ติดฟิล์ม เคลือบแก้ว หรือเคลือบเซรามิก ตามความพึงพอใจเลยคะ แต่วิธีที่เป็นที่นิยมในขณะนี้ ค่าใช้จ่ายไม่สูงมากไป และอายุการใช้งานยาวนานนับปี ก็เห็นจะเป็นการเคลือบแก้ว หรือเคลือบเซรามิกด้วยตัวเองคะ ลองดูนะคะว่า แบบไหนที่เหมาะกับคุณและรถยนต์ที่คุณรักคะ

รักรถแค่ไหนถามใจดู ? อยากให้รถใหม่ตลอดเวลาไหมถามใจดู ? พบกับบทความที่เป็นประโยชน์ได้ใหม่นะคะ

ขอบคุณค่ะ

น้ำยาขัดหยาบน้ำยาขัดที่ใช้ลบรอยขนแกะน้ำยาขัดละเอียด


บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลรถยนต์

เคลือบแก้วด้วยตัวเองไม่ยาก คุณก็ทำได้ ด้วยน้ำยา Ceramic coating JADE ICEรีวิวเคลือบแก้วจากผู้ใช้งานจริง