Swipe to the left

สาเหตุที่ทำให้สีรถยนต์หมอง และเก่าเร็ว

พิมพ์
By admin web 8 กันยายน 2017 134 Views No comments

เจ้าของรถหลายท่าน ส่วนใหญ่ก็อยากให้รถยนต์ของตัวเองสีสวยงาม และดูใหม่ตลอดเวลา เชื่อว่า ไม่มีเจ้าของรถท่านใดอยากให้รถสีหมอง ซีดก่อนเวลาอันควร หรือเก่าตามอายุการใช้งานแน่นอน โดยเฉพาะรถสีขาว หรือรถโทนสีอ่อนทั้งหลาย เนื่องจากสีโทนนี้จะถูกทำร้ายจากสภาพแวดล้อมได้ง่ายมาก

บทความนี้ เราจะพาท่านๆไปพบกับสาเหตุที่ทำให้สีรถยนต์หมอง และเก่าเร็ว เพื่อจะช่วยป้องกันให้สีรถคันโปรดของเรามีสีสดใส และไม่เก่าก่อนวัยอันควร

1. การจอดรถตากแดด


ประเทศไทยอากาศค่อนข้างร้อน แดดก็ค่อนข้างแรง เรื่องของการจอดรถตากแดดนั้น ถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงค่อนข้างยาก การจอดรถตากแดดนาน ๆ เป็นสาเหตุที่ทำให้รถยนต์เกิดคราบหมอง สีรถเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ซึ่งมีผลต่อรถทุกสี แต่สีขาว หรือโทนสีอ่อนๆจะมีผลเป็นพิเศษ เช่น การจอดรถสีขาวตากแดดเป็นเวลานานๆ จะทำให้สีขาวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้

ถ้าจะให้ดีควรหลีกเลี่ยงการจอดรถตากแดด หาที่ร่มๆ โดนแสงแดดน้อยที่สุด

2. ไม่ล้างรถหน้าฝน


พูดถึงหน้าฝน เราๆท่านๆคงขี้เกียจล้างรถกันใช่ไหมค่ะ บางท่านอาจจะคิดว่า หน้าฝนล้างรถไปก็เท่านั้น เสียดายตังค์ เสียดายเวลา เพราะเดี๋ยวฝนตกก็เลอะอีก เลยปล่อยให้รถเลอะเป็นคราบเป็นรอย อยากจะบอกว่า พลาดอย่างแรงเลยนะคะ น้ำฝนสามารถทำให้สีรถเกิดคราบหรือรอยฝังลึกโดยที่เราไม่รู้ตัว ปล่อยไว้นานๆ กว่าจะหมดหน้าฝน สีรถก็หมอง และเก่าเร็วแบบไม่รู้ตัวเลยค่ะ ยิ่งในเมืองหลวง มลพิษเยอะ มีทั้งโรงงาน น้ำฝนก็อาจจะมีฤทธิ์เป็นฝนกรด สามารถกัดกร่อนสีรถของเราได้ ทางที่ดีให้คิดว่า รถก็เหมือนกับคนนั่นแหละ เมื่อลุยฝนมาจนเปื้อนมาทั้งคันก็ต้องทำความสะอาด ลองดูวิธีดูแลสีรถอย่างถูกวิธีช่วงหน้าฝนกันเลยดีกว่าค่ะ

  • ล้างรถสม่ำเสมอ

หากไม่มีเวลา หลังจากตากฝนมาสดๆร้อนๆ ให้ใช้น้ำสะอาดล้าง ฉีดน้ำแรงๆเพื่อล้างคราบสกปรก ดินโคลนและฝุ่นออกไป และใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง

  • ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดรถหลังตากฝน

ขับรถตากฝนมา มีทั้งคราบสกปรก ดินโคลน และฝุ่น หากใช้ผ้าเช็ดสีรถมีแต่จะทำให้เกิดรอยขนแมวตามมาอีกเพียบ ทางที่ดีฉีดน้ำล้างก่อนดีที่สุดค่ะ

  • ขับรถตากฝนมาแล้ว ไม่ควรจอดตากแดด

รถเปียกน้ำฝน ก็เลอะเปรอะเปื้อนมากพอแล้ว หากไปจอดตากแดด ก็จะยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ เพราะแสงแดดจะทำให้คราบน้ำฝนเป็นด่างเป็นดวง เกิดเป็นคราบฝังตัวแน่นและทำลายชั้นสีได้ค่ะ

  • แนะนำเคลือบสีรถ

การเคลือบสีรถ ไม่ว่าจะเป็น การแวกซ์ เคลือบแก้ว หรือเคลือบเซรามิก เห็นว่าจะเป็นวิธีการดูแลสีรถที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะทำให้สีรถเงางาม ยังช่วยป้องกันคราบน้ำฝน น้ำไม่เกาะที่ผิวรถ จึงช่วยลดคราบฝังแน่นบนสีรถได้ และทำให้ล้างทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วยค่ะ

3. คราบฝังแน่น


ขึ้นชื่อว่า คราบฝังแน่นบนสีผิวรถ แน่นอนว่าคงไม่มีท่านไหนอยากให้เกิดกับรถของตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว บนสภาพแวดล้อมที่เราๆท่านๆต้องใช้รถกันเป็นประจำนั้น เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงค่อนข้างยาก ซึ่งคราบฝังแน่นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สีรถหมอง และเก่าก่อนเวลาอันควร เราลองมาดูกันดีกว่าว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดคราบฝังแน่นบนผิวสีรถยนต์ ?

  • ขี้นก

ขี้นก เห็นจะเป็นสิ่งที่เราๆต้องพบเจอมากที่สุด และยากจะหลีกเลี่ยงได้ วันไหนไม่เจอก็ถือเป็นโชคดีไป แต่วันไหนโชคร้ายก็เจอแบบนกท้องเสียมาทั้งฝูงก็มีค่ะ หากมีขี้นกบนสีผิวรถควรรีบกำจัดออกจากรถเลยค่ะ มันร้ายแรงกว่าที่เราคิด เพราะ ขี้นก มีฤทธิ์เป็นกรด หากทิ้งไว้เป็นเวลานาน มันจะกัดกร่อนชั้นแลคเกอร์สีรถ และเกิดเป็นคราบจุดด่างๆ ฝังแน่นบนสีรถ ทำให้สีรถไม่เงางาม หมองและเก่าในที่สุดค่ะ

  • ยางไม้

ยางไม้ เป็นสิ่งสกปรกที่ยึดติดกับผิวสีรถแบบเหนียวหนึบ มักเกิดจากการจอดรถใต้ต้นไม้เพราะต้องการหลีกเลี่ยงแสงแดด ข้อดีคือ รถของเราไม่ต้องโดนแดด แต่ก็ต้องแลกกลับมาด้วยคราบยางไม้ ซึ่งหากทิ้งไว้เป็นเวลานานมันก็จะแข็งตัวและล้างออกยาก เกิดเป็นคราบฝังแน่นกัดกินเนื้อสีเลยนะคะ

  • แมลง

คราบแมลงส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มที่ต้องขับรถในเวลากลางคืน พบมากในบริเวณหน้ารถ ซึ่งหากมีคราบแมลงบนผิวสีรถ ก็ถือว่าไม่ควรชะล่าใจเช่นกัน เพราะแมลงเมื่อมาปะทะกับรถที่วิ่งด้วยความเร็ว มันจะติดแน่นกับสีรถและเอาออกยากพอสมควร ที่สำคัญแมลงบางตัวมีฤทธิ์เป็นกรด หากทิ้งไว้นานก็จะเกิดเป็นคราบฝังแน่น กัดกร่อนทำลายสีรถได้เช่นกัน

  • ยางมะตอย

คราบยางมะตอย มีโอกาสโดนน้อย แต่คราบยางมะตอยเมื่อติดแล้วยากที่จะเอาออกเป็นอันดับต้นๆ หากปล่อยทิ้งไว้นานถึงจะเอาออกได้ แต่สีรถของเราอาจไม่เหมือนเดิมแน่นอน สีรถก็อาจจะไม่เงางาม สดใสอีกต่อไป

  • คราบน้ำมัน

สุดท้าย คราบน้ำมัน เป็นอีกคราบที่เกิดกับรถของเราได้ อาจเกิดจากการเติมน้ำมัน หัวจ่ายน้ำมันชำรุดทำให้น้ำมันหกและกระเด็นโดนรถ หรือสาเหตุอื่นๆ เพราะหากทิ้งคราบน้ำมัันไว้นานๆแล้วละก็ คราบน้ำมันจะฝังแน่นลงบนสีรถแบบถาวรแน่นอน

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นสาเหตุที่พบได้จากการใช้รถซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจน เชื่อว่า รถใคร ใครก็รัก เราๆท่านๆทราบสาเหตุที่ทำให้รถสีหมองและเก่าเร็วก่อนเวลาอันควรแล้ว ลองดูกันนะคะว่า จะมีวิธีหลีกเลี่ยง หรือปกป้องสีผิวรถยนต์อย่างไรดี ?

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับท่านนะคะ พบกันในบทความหน้า เราจะพาท่านไปดูว่า ดูแลสีรถอย่างไร ? ให้สดใส เงางามเหมือนรถใหม่ตลอดเวลา

ขอบคุณค่ะ

Puris: น้ำยาขัดหยาบ -ใช้ขัดรอยกระดาษทราย รุ่น A1 ขนาด 1 กิโลกรัมPuris: น้ำยาขัดละเอียดใช้ลบรอยขนแกะหรือรอยขนแมวต่างๆ รุ่น A15 ขนาด 1 กิโลกรัม ( เกรดพิเศษ ให้ความเงาสูง ไม่เกิดฝ้า )Puris: น้ำยาขัดที่ใช้ลบรอยขนแกะ หรือรอยขนแมวต่างๆ รุ่น A14 ขนาด 1 กิโลกรัม

บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลรถยนต์

รู้ทันรอยขนแมว ก่อนที่มันจะทำลายรถของคุณ !!

รีวิวเคลือบแก้วจากผู้ใช้งานจริง